Opens in a new tab

องค์กรสิทธิฯ ชี้ ‘เรือนจำหญิงต้นแบบ’ คุณภาพยังต่ำกว่ามาตรฐานระหว่างประเทศ

ข่าว
องค์กรสิทธิฯ ชี้ ‘เรือนจำหญิงต้นแบบ’ คุณภาพยังต่ำกว่ามาตรฐานระหว่างประเทศ

องค์กรสิทธิฯ ชี้ ‘เรือนจำหญิงต้นแบบ’ คุณภาพยังต่ำกว่ามาตรฐานระหว่างประเทศ

เปิดรายงานของ ‘สมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล’ (FIDH) และ ‘สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน’ (สสส.) พบ ‘เรือนจำหญิงต้นแบบของไทย’ ยังต่ำกว่ามาตรฐานระหว่างประเทศ พบปัญหาความแออัด น้ำและสุขอนามัย ขาดผ้าอนามัยและอุปกรณ์อาบน้ำ คุณภาพของอาหาร บริการการดูแลสุขภาพ รวมทั้งสุขภาพจิต สภาพการใช้แรงงานผู้ต้องขัง การติดต่อกับโลกภายนอก รวมทั้งการลงโทษและการลงโทษทางวินัยที่ใช้กับผู้ต้องขังมักไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำระหว่างประเทศ ที่มาภาพ: AFP [อ้างในรายงานของ FIDH/สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)]

จากรายงาน “Flawed models – Implementation of international standards in Thailand’s ‘model’ prisons for women,” (ต้นแบบชำรุด – การดำเนินงานตามมาตรฐานระหว่างประเทศในเรือนจำ ‘ต้นแบบ’ เพื่อผู้ต้องขังหญิงของไทย) โดย ‘สมาพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล’ (FIDH) และ ‘สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน’ (สสส.) ที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2562 รายงานฉบับนี้เป็นผลมาจากการเข้าเยี่ยม ‘เรือนจำต้นแบบ’ 9 จาก 12 แห่ง ระหว่างเดือน พ.ค.-ส.ค. 2561 โดยทีมงานจาก FIDH และ สสส. ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์กำหนดให้ทัณฑสถานหญิง 12 แห่งเป็นเรือนจำต้นแบบ ระบุว่าเป็นการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จตาม ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงแห่งสหประชาชาติ (United Nations (UN) Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-custodial Measures for Women Offenders หรือ ‘ข้อกำหนดกรุงเทพฯ’) โดยรายงานชิ้นนี้ของ FIDH/สสส. พบประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

การจำกัดการเข้าถึงเรือนจำ

ในหลายเรือนจำที่ FIDH/สสส. เข้าเยี่ยม เจ้าหน้าที่กำหนดข้อจำกัดต่อทีมงานของ FIDH/สสส. ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการประเมินอย่างรอบด้าน อย่างไม่ลำเอียง และอย่างเป็นอิสระ ในแง่การปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพ ของเรือนจำหญิงต้นแบบเหล่านี้ ในทุกเรือนจำ เจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ต่อเมื่อมีเวลามากเพียงพอในการเตรียมตัว นอกจากนั้นทีมงานของ FIDH/สสส. ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมเรือนจำจังหวัดอุทัยธานี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ให้เข้าด้วยเหตุผลว่าทางเรือนจำอยู่ระหว่างการปรับปรุงภายใน

FIDH/สสส. เจอกับข้อห้ามของเจ้าหน้าที่เรือนจำในการเข้าเยี่ยมเรือนจำ 4 จาก 9 แห่ง ได้แก่ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรี เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก ทีมเข้าเยี่ยมต้องเดินตามเจ้าหน้าที่เรือนจำเมื่อเข้าไปภายในสถานที่ เจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยมในบางพื้นที่ที่ทีมงานร้องขอ โดยให้เข้าไปได้เฉพาะที่ที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้พาไป โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเวลามากเพียงพอจึงไม่สามารถให้เข้าไปยังบางพื้นที่ที่ต้องการได้ ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี ทีมผู้เข้าเยี่ยมมีโอกาสพูดคุยเฉพาะกับผู้ต้องขังที่ได้รับการมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่จะจับตามองอย่างใกล้ชิดระหว่างการสนทนา เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางจังหวัดตาก และทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ได้อาสาเข้ามาตอบแทนผู้ต้องขังในบางคำถาม ในทางตรงข้ามที่เรือนจำอำเภอฝางและเรือนจำกลางจังหวัดตาก ทีมผู้เข้าเยี่ยมสามารถเข้าถึงในทุกพื้นที่โดยไม่มีข้อจำกัด การสัมภาษณ์ผู้ต้องขังในเรือนจำทั้งสองแห่งก็สามารถทำได้โดยไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ด้วย ในระหว่างการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง พวกเขามักต้องนั่งลงบนพื้นอย่างเป็นระเบียบเพื่อรอทีมผู้เข้าเยี่ยม เป็นที่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการกับผู้ต้องขังมาก่อน ในเรือนจำส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะเดินไปพร้อมกับทีมผู้เข้าเยี่ยมในหลายพื้นที่ของเรือนจำ ส่วนใหญ่แล้วการพูดคุยสนทนาระหว่างทีมผู้เข้าเยี่ยมกับผู้ต้องขังมักเกิดขึ้นภายใต้การสอดส่องดูแลของเจ้าหน้าที่เรือนจำ

ความแออัดยังมีอยู่

ในรายงานของ FIDH/สสส. ระบุว่าความแออัดระดับสูงยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังในเรือนจำต้นแบบทั้ง 9 แห่ง | ที่มาภาพประกอบ: Lauren DeCicca/PRI

ความแออัดระดับสูงยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังในเรือนจำต้นแบบ 9 แห่ง ที่ทีมงาน FIDH และ สสส. เข้าเยี่ยม ในช่วงที่เริ่มการเข้าเยี่ยมเรือนจำของ FIDH/สสส. ในเดือน เม.ย. 2562 อัตราการกักขังในเรือนจำต้นแบบทั้ง 9 แห่งยังอยู่ในระดับสูง โดยมีอัตราการกักขังต่ำสุดที่ร้อยละ 94 ที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรี ส่วนอัตราการกักขังสูงสุดที่ร้อยละ 652 อยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรี อัตราการกักขังนี้คำนวณตามมาตรฐานของกรมราชทัณฑ์โดยกำหนดให้มีพื้นที่ 2.25 ตรม. ต่อผู้ต้องขัง 1 คน

อย่างไรก็ดี กรมราชทัณฑ์ได้กำหนดวิธีการวัดความจุแตกต่างกันสามแบบสำหรับความจุอย่างเป็นทางการ ได้แก่ 1) ‘ความจุมาตรฐาน’ หมายถึงการมีพื้นที่ 2.25 ตรม.ต่อผู้ต้องขัง 1 คน 2) ‘ความจุเต็มที่’ หมายถึงการมีพื้นที่ 1.1 ตรม. ต่อผู้ต้องขัง 1 คน และ 3) ‘ความจุเต็มที่ร้อยละ 30 ซึ่งลดพื้นที่ต่อผู้ต้องขัง 1 คนลงร้อยละ 23 เหลือเพียง 0.85 ตรม. วิธีการวัดที่ใช้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถอ้างอัตราการกักขังที่น้อยลงทำให้ปัญหาความแออัดดูไม่ร้ายแรงมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกันคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) กำหนดพื้นที่ขั้นต่ำที่ 3.4 ตรม.ต่อผู้ต้องขัง 1 คน ในสภาพที่เป็นการขังแบบคู่หรือขังรวม

จากสถิติของกรมราชทัณฑ์ระหว่างเดือน เม.ย. 2561-พ.ย. 2562 จำนวนผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นในเรือนจำต้นแบบ 8 จาก 9 แห่งที่ FIDH/สสส. ได้เข้าเยี่ยมและโดยรวมยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 แม้สถิติอย่างเป็นทางการชี้ว่าเรือนจำต้นแบบมีสภาพแออัดอย่างมาก (เปรียบเทียบกับความจุมาตรฐาน) แต่ทีมผู้เข้าเยี่ยมก็ประสบปัญหาในการประเมินอัตราการกักขังในเรือนจำทั้ง 9 แห่งที่เข้าเยี่ยม เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเข้าเยี่ยม โดยเจ้าหน้าที่มักควบคุมระหว่างการเข้าเยี่ยม รวมทั้งทางทีมงานไม่สามารถเข้าเยี่ยมเรือนนอนนักโทษทุกแห่งได้ และไม่สามารถพูดคุยกับผู้ต้องขังโดยไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายอยู่ร่วมด้วยได้

ที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครมีสภาพที่แออัดเกินไป เมื่อทีมผู้เข้าเยี่ยมเข้าไปในพื้นที่ผู้ต้องขังต่างนั่งบนพื้นและต้องขยับตัวออกไปเพื่อให้ทีมงานเดินผ่านไปได้ ในเรือนจำที่ใหญ่กว่า เช่น ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ทางเรือนจำได้แยกนักโทษเด็ดขาดออกจากผู้ต้องขังอื่นๆ ที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่เจ้าหน้าที่ระบุว่าความจุปกติอยู่ที่ผู้ต้องขัง 50 คนต่อห้องขนาด 55.5 ตรม. ซึ่งความจริงเป็นห้องที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ต้องขัง 38-43 คน พื้นที่ที่จัดไว้ให้แม่กับลูกอ่อนอยู่ที่ 1.26 ตรม. ที่เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องขังให้ข้อมูลว่ามีการเปิดไฟในเรือนนอนตลอดคืน ผู้ต้องขังคนหนึ่งที่เรือนจำอำเภอฝางยังให้ข้อมูลว่ามีการเปิดไฟตอนกลางคืน ทำให้เกิดปัญหาในการนอน (ทั้งในแง่การมองเห็นและความร้อน) พวกเขาเคยเรียกร้องให้หรี่ไฟตอนกลางคืนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในหลายเรือนจำมีระบบระบายอากาศเพียงพอ ในช่วงฤดูหนาวเรือนจำจะมีการแจกจ่ายผ้าห่มเพิ่มเติม

  • ตามความเห็นของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ไม่ควรจัดให้ผู้ต้องขังกว่า 40-50 คน ต้องหลับนอนอยู่ในห้องเดียวกัน และให้ทำได้ต่อเมื่อพื้นที่การระบายอากาศและระบบแสงสว่างสอดคล้องกับเงื่อนไขที่แนะนำโดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ มีข้อสังเกตว่าหากมีผู้ต้องขังเกินกว่าจำนวนที่กำหนดนี้จะทำให้ผู้ต้องขังประสบปัญหาการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ทั้งห้องน้ำและการใช้น้ำ ทั้งยังเป็นการยากที่จะแน่ใจได้ว่าผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับความปลอดภัยตามมาตรฐานขั้นต่ำ
  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่าอาคารที่คุมขังทุกแห่งโดยเฉพาะห้องนอน “จะต้องจัดให้ถูกหลักอนามัย ตามสภาพของดินฟ้าอากาศ ข้อสำคัญจะต้องมีอากาศหายใจเพียงพอ มีขนาดของพื้นที่ห้องตามกำหนดขั้นต่ำ มีแสงสว่าง ความอบอุ่น และการระบายอากาศ”
  • คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศกำหนดว่าไม่ควรเปิดไฟฟ้าแสงสว่างเทียมตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่ที่ผู้ต้องขังนอน และแสงสว่างไม่ควรมากเกินไปจนรบกวนการหลับนอนของผู้ต้องขัง คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศยังระบุว่าขนาดช่องหน้าต่างและช่องเปิดทั้งหมดในห้องขังหรือพื้นที่พักอาศัย ไม่ควรมีสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่ห้อง และผู้ต้องขังควรสามารถมองทะลุหน้าต่างออกไปเห็นสิ่งแวดล้อมภายนอกได้

ปัญหาด้านสุขอนามัย

น้ำและสุขอนามัยยังคงเป็นปัญหาในเรือนจำหลายแห่ง โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนซึ่งอาจขาดแคลนน้ำ เรือนจำบางแห่งยังไม่สามารถให้ผู้ต้องขังเข้าถึงห้องน้ำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในเรือนจำแห่งอื่น ห้องน้ำอาจใช้งานไม่ได้บางช่วงเวลา เจ้าหน้าที่ที่เรือนจำกลางจังหวัดตากอนุญาตให้ผู้ต้องขังใช้ห้องน้ำได้ทุก 2 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนผู้ต้องขังที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายระบุว่าส่วนใหญ่ส้วมมักจะตัน

ในเรือนจำทั้ง 9 แห่ง ผู้ต้องขังจะได้รับอนุญาตให้อาบน้ำ 2 ครั้งต่อวัน โดยมีการจำกัดปริมาณน้ำและระยะเวลาของการอาบน้ำแต่ละรอบขึ้นอยู่กับฝ่ายจัดการของแต่ละเรือนจำ ในแง่การควบคุมน้ำ เจ้าหน้าที่เรือนจำหรือนักโทษ ‘ผู้ช่วย’ จะเป็นผู้ควบคุมเวลาปิดและเปิดน้ำ ในทุกเรือนจำจะเป็นที่อาบน้ำแบบรวม ไม่มีเรือนจำใดมีห้องน้ำแยกเป็นส่วนตัว ที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำกลางจังหวัดตาก และทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ มีการติดตั้งท่อประปาสีฟ้าและมีฝักบัวสำหรับผู้ต้องขังแต่ละคน ซึ่งถือว่าถูกสุขลักษณะมากกว่าการตักอาบจากแท็งก์น้ำ ส่วนที่เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาใช้วิธีตักอาบจากแท็งก์น้ำ ผู้ต้องขังที่เรือนจำอำเภอฝางและเรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายให้ข้อมูลว่าใช้น้ำบาดาลเพื่ออาบน้ำและซักผ้าช่วงฤดูร้อน การขาดแคลนน้ำส่งผลกระทบต่อเรือนจำเหล่านี้ เป็นเหตุให้ผู้ต้องขังบางส่วนต้องอาบน้ำเพียง 1 ครั้งต่อวัน ที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายไม่มีการจัดพื้นที่ตากผ้าให้มากเพียงพอ ส่งผลให้ในบางครั้งผู้ต้องขังต้องสวมเสื้อผ้าเปียกชื้นซึ่งอาจทำให้เกิดโรคผิวหนัง

ผู้ต้องขังประสบปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยและอุปกรณ์อาบน้ำในหลายเรือนจำ ทั้งยังมีการขาดแคลนผงซักฟอก ในบางครั้งผู้ต้องขังต้องใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน เพราะผู้ต้องขังไม่ได้มีผ้าเช็ดตัวทุกคน มีการแจกจ่ายผ้าอนามัยให้กับผู้ต้องขังหญิงทุกเดือนหรือทุกไตรมาส ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรี เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย และทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ผู้ต้องขังให้ข้อมูลว่าผ้าอนามัยที่แจกไม่เพียงพอ ทำให้ต้องไปซื้อที่ร้านค้าในเรือนจำ ผู้ต้องขังที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายให้ข้อมูลว่ามีการแจกชุดชั้นในให้ไม่เพียงพอ กรณีที่ผู้ต้องขังไม่มีคนมาเยี่ยม (ปกติคนที่มาเยี่ยมมักนำข้าวของเครื่องใช้เพิ่มเติมมาให้) ผู้ต้องขังคนนั้นต้องขอให้ทางเรือนจำจัดให้เป็น ‘นักโทษอนาถา’ ซึ่งหากได้สถานะเช่นนั้นจะทำให้ผู้ต้องขังได้รับแจกผงซักฟอกและสบู่เพิ่มเติม การจัดสถานะเช่นนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระบุว่า “มีเครื่องสุขภัณฑ์เพียงพอแก่ความจำเป็นกับผู้ต้องขังทุกคน ทั้งต้องสะอาดและเหมาะสม ไม่ประเจิดประเจ้อ”
  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า ที่อาบน้ำชำระร่างกายต้องเพียงพอต่อสุขลักษณะ นอกจากนั้นคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศยังกำหนดว่าการจัดหาน้ำต้องพอเพียงเพื่อให้มีปริมาณการไหลอย่างพอเหมาะไปถึงที่อาบน้ำและห้องส้วมตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้น้ำมาก
  • คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศกำหนดว่าควรจัดหาผ้าอนามัยให้ผู้หญิงเมื่อมีประจำเดือนอย่างเพียงพอต่อความต้องการของแต่ละคน ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงกำหนดว่า สถานที่คุมขังสำหรับผู้ต้องขังหญิงควรจัดให้มีเครื่องใช้ที่จำเป็นด้านสุขอนามัยเฉพาะของผู้หญิง รวมทั้งผ้าอนามัยซึ่งควรจัดให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อาหารไม่ได้คุณภาพ

ในรายงานของ FIDH/สสส. ระบุว่าคุณค่าทางโภชนาการและปริมาณอาหารในเรือนจำเป็นข้อกังวลอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังยากจนซึ่งไม่สามารถซื้ออาหารเพิ่มเติมจากร้านค้าในเรือนจำหรือร้านค้าภายนอกได้ | ที่มาภาพประกอบ: Lauren DeCicca/PRI

คุณค่าทางโภชนาการและปริมาณอาหารในเรือนจำเป็นข้อกังวลอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังยากจนซึ่งไม่สามารถซื้ออาหารเพิ่มเติมจากร้านค้าในเรือนจำหรือร้านค้าภายนอกได้ เรือนจำทั้ง 9 แห่ง จัดบริการอาหาร 3 มื้อต่อวัน ผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางจังหวัดตากและเรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายให้ข้อมูลว่าอาหารไม่อร่อย ผู้ต้องขังมักต้องเติมผงชูรสเข้าไปเพื่อให้รสชาติอาหารดีขึ้น อาหารในเรือนจำมีเนื้อสัตว์ไม่มากนัก และเป็นเนื้อที่ด้อยคุณภาพ ในบางครั้งผู้ต้องขังต้องซื้ออาหารเพิ่มจากร้านค้าในเรือนจำ เรือนจำทั้ง 9 แห่ง จัดให้มีอาหารฮาลาลสำหรับผู้ต้องขังมุสลิม ในบางกรณีที่เรือนจำอำเภอฝาง ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร และเรือนจำกลางจังหวัดตาก จะจัดให้มีผลไม้หรือของหวานในช่วงท้ายของแต่ละมื้อด้วย ที่เรือนจำกลางจังหวัดตาก ผู้ต้องขังสามารถขอให้เจ้าหน้าที่เรือนจำช่วยสั่งอาหารและส่งเข้ามาในเรือนจำได้ ที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายแม่ที่มีลูกอ่อนจะได้รับไข่ต้ม 1 ใบและนม 1 กล่องต่อวัน ส่วนลูกจะได้รับไข่ 1 ใบต่อวันเพิ่มเติมจากอาหารที่ได้รับในแต่ละวัน

ผู้ต้องขังแต่ละคนได้รับแจกขวดแก้วหรือพลาสติกไว้เติมน้ำดื่มที่ผ่านการกรอง ในเรือนจำหลายแห่งยังมีการจัดน้ำทั้งเย็นและร้อนไว้ให้ดื่มด้วย

  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “ผู้ต้องขังทุกคนจะต้องได้รับอาหารที่จัดให้เป็นเวลาโดยเรือนจำ อันมีประโยชน์และเพียงพอต่อสุขภาพและเพื่อความแข็งแรงแห่งร่างกาย โดยต้องจัดปรุงอย่างสะอาด และจัดให้อย่างเป็นระเบียบ”
  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “น้ำต้องจัดไว้เพื่อให้ผู้ต้องขังทุกคนได้ดื่มเมื่อต้องการ”

บริการดูแลสุขภาพที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำ

แม้จะจัดให้มีบริการการดูแลสุขภาพบางอย่าง แต่ยังมีช่องว่างจำนวนมากระหว่างบริการที่เรือนจำจัดให้เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานขั้นต่ำระหว่างประเทศ

ไม่มีแพทย์ประจำในเรือนจำ เรือนจำเหล่านี้ไม่มีแพทย์ประจำแม้แต่แห่งเดียว มีเฉพาะทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรี ซึ่งมีพยาบาลในเรือนจำที่ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในเรือนจำแห่งอื่นพยาบาลจะมาทำหน้าที่เฉพาะช่วงกลางวัน หากมีเหตุฉุกเฉินตอนกลางคืน เจ้าหน้าที่เรือนจำต้องส่งผู้ต้องขังไปที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรีและเรือนจำกลางจังหวัดตาก จะมีนักโทษ ‘ผู้ช่วย’ ช่วยพยาบาลทำงาน

บริการด้านทันตกรรมไม่เพียงพอ ในเรือนจำหลายแห่งทันตแพทย์จะมาตรวจทุก 2 หรือ 3 เดือน ผู้ต้องขังที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่บอกว่าเธอต้องเอาที่จัดฟันออกเองเพราะไม่สามารถไปพบทันตแพทย์ได้ ที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรี ทันตแพทย์จะมาตรวจเพียง 1 ครั้งต่อปี สถานการณ์ที่ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลกดีกว่าเนื่องจากทันตแพทย์จะมาตรวจที่เรือนจำทุกเดือน ที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่มีห้องสำหรับงานตรวจทันตกรรม ส่วนที่เรือนจำหญิงเชียงใหม่และเรือนจำอำเภอฝาง มีบริการเฉพาะการถอนฟันเท่านั้น

การขาดการดูแลด้านสุขภาพจิต กรมราชทัณฑ์จัดทำแบบสำรวจคัดกรองด้านสุขภาพจิตเรียกว่า ‘แบบสำรวจด้านสุขภาพจิตของนักโทษ’ ซึ่งมีการแจกจ่ายไปยังทุกเรือนจำทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรีมี ‘ศูนย์ความสุข’ ซึ่งทำการประเมินด้านสุขภาพจิตรวมทั้งให้คำปรึกษา นักจิตเวชจะมาตรวจที่เรือนจำเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ดีผู้ต้องขังที่เรือนจำอำเภอฝางบอกว่าเป็นแค่ “กระบวนการสั้นๆ” โดยไม่มีการให้คำปรึกษาที่เรือนจำอำเภอฝาง

การขาดการคัดกรองด้านสุขภาพที่จำเป็นของผู้หญิง ที่เรือนจำอำเภอฝางจะมีบริการตรวจคัดกรองวัณโรคและมะเร็งปากมดลูกทุกปี ที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครผู้ต้องขังสามารถลงทะเบียนขอรับการตรวจแปปสเมียร์สำหรับมะเร็งปากมดลูกได้ ที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรีมีบริการคัดกรองการมีเชื้อเอชไอวี มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านมสำหรับผู้ต้องขังที่มีอายุกว่า 30 ปีขึ้นไป ที่เรือนจำกลางจังหวัดตากมีบริการคัดกรองเอชไอวีและมะเร็งปากมดลูกทุกปี ที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย เรือนจำกลางจังหวัดตาก และเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร มีการจัดอบรมการคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้น

โรคเรื้อรังทั่วไป เรือนจำจะมีบัญชียาที่จัดทำให้โดยกรมราชทัณฑ์ หลายเรือนจำเกิดการระบาดของโรคต่างๆ รวมทั้งโรคไตและความดันโลหิตสูง ที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรี โรคเบาหวานและตื่นเต้นกังวลเป็นอาการทั่วไปของผู้ต้องขัง ไม่มีบริการรักษาให้กับผู้ต้องขังที่มีอาการลงแดงจากยาเสพติด ที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรีเจ้าหน้าที่เรือนจำบอกว่ามีการจัดให้ผู้ต้องขังที่มีอาการลงแดงดังกล่าวได้บริโภคอาหารที่มีรสหวานจำนวนมาก

มีรายงานการเสียชีวิตหนึ่งคนช่วงต้นปี 2561 ที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย โดยผู้ต้องขังเสียชีวิตจากโรคเอสแอลอี (โรคพุ่มพวง) เรือนจำเคยส่งเธอไปที่โรงพยาบาลครั้งหนึ่งแล้ว และต่อมาส่งกลับมาที่เรือนจำเรือนจำ โดยระบุว่าอาการของเธอลุกลามไปมากจนแพทย์ไม่สามารถทำการรักษาได้ เป็นเหตุให้เธอพักอาศัยอยู่ในเรือนนอนของเรือนจำร่วมกับเพื่อนผู้ต้องขังคนอื่นและอดีตผู้ต้องขังที่เคยเป็นพยาบาลจนกระทั่งเธอเสียชีวิต ช่วงเราเข้าเยี่ยม มีรายงานว่าผู้ต้องขังประมาณ 30 คนมีเชื้อเอชไอวีที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรี

บริการแพทย์ทางเลือก มีเรือนจำอำเภอฝางเพียงแห่งเดียวที่พบผู้ต้องขังซึ่งใช้การแพทย์ทางเลือก กลุ่มผู้ต้องขังที่เรือนจำนี้ใช้วิธีรักษาที่เรียกว่า ‘กัว’ โดยการนำถ้วยหลายใบมาวางบนผิวหนังของคนไข้ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อให้ดูดสารพิษและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในส่วนต่างๆ ไม่มีข้อมูลว่าการรักษาเช่นนี้ส่งผลในเชิงบวกหรือลบอย่างไร

  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “การให้บริการด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้ต้องขังเป็นความรับผิดชอบของรัฐ โดยผู้ต้องขังควรได้รับการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานเช่นเดียวกับที่รัฐจัดให้กับประชาชนอื่น และจะต้องสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นโดยไม่คิดมูลค่าและไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งสถานภาพด้านกฎหมายของตน”
  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “บริการรักษาพยาบาลจะต้องมีคณะทำงานสหวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างเพียงพอสำหรับหน่วยบริการด้านการรักษาพยาบาลที่เป็นอิสระ และมีศักยภาพด้านการแพทย์อย่างเต็มที่ โดยควรมีความเชี่ยวชาญอย่างเพียงพอทั้งด้านจิตวิทยาและจิตเวช และต้องจัดให้ผู้ต้องขังทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านทันตกรรมที่มีคุณภาพด้วย”
  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “หากเป็นไปได้ เจ้าหน้าที่เรือนจำควรประกอบด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษอย่างเพียงพอ ทั้งที่เป็นนักจิตเวช นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ครู และผู้สอนงานช่างฝีมือ” ในทำนองเดียวกัน ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงกำหนดว่าต้องจัดให้มี “บริการดูแลด้านสุขภาพจิตและโครงการบำบัดฟื้นฟูที่ครอบคลุม โดยคำนึงความต้องการเฉพาะราย ความละเอียดอ่อนทางเพศภาวะและผลกระทบจากประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง” ให้กับผู้ต้องขังหญิงที่ต้องการการดูแลด้านสุขภาพจิต
  • ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง กำหนดว่าผู้ต้องขังหญิงพึงได้รับบริการด้านการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง รวมทั้งการตรวจแปปสเมียร์ และการคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งทางนรีเวช “เช่นเดียวกับผู้หญิงช่วงวัยเดียวกัน ในชุมชนภายนอก” ทั้งยังกำหนดว่า “เรือนจำควรส่งเสริม และพัฒนาแนวทางการป้องกันการติดเชื้อเอช ไอ วีการดูแลรักษาผู้ป่วย อาทิการใช้ระบบเพื่อนสอนเพื่อน”
  • ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง กำหนดว่า “การให้บริการด้านสุขภาพในเรือนจ่าควรจัดหรือส่งเสริมให้มีกิจกรรมการบ่าบัดเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังหญิงที่ติดสารเสพติด

สภาพการใช้แรงงานผู้ต้องขังที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ

ในรายงานของ FIDH/สสส. ระบุว่าการใช้แรงงานผู้ต้องขังและสภาพการทำงานต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก ในแง่ “การจ่ายค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม” | ที่มาภาพประกอบ: REUTERS/Athit Perawongmetha

การใช้แรงงานผู้ต้องขังและสภาพการทำงานต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก ในแง่ “การจ่ายค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม” ที่เรือนจำทั้ง 9 แห่งมีการฝึกอบรมด้านอาชีพให้กับผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังจะได้รับค่าแรงต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขเพิ่มเติมปี 2562) เนื่องจากถือว่าการใช้แรงงานผู้ต้องขังเป็น ‘การฝึกอาชีพอย่างหนึ่ง’ อัตราค่าแรง นโยบายการจัดการด้านทรัพยากรมนุษย์และระยะเวลาการจ่ายเงิน จะเป็นไปตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของแต่ละเรือนจำ ผู้ต้องขังในหลายเรือนจำมักทำงานเย็บเสื้อ รีดเสื้อ ทำขนมปัง ทำผม นวด และตัดเย็บ ในบางกรณี การจัดงานให้จะขึ้นอยู่กับระดับชั้นของผู้ต้องขังแต่ละคน ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรี มีรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย ทั้งการตัดยาง การทำสร้อยคอทองคำด้วยมือ การเป็นพนักงานตอบคำถามทางโทรศัพท์ และการเย็บกากเพชร(ชุดราตรี)

ผู้ต้องขังที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรี จะจ้างงานกันเองอย่างไม่เป็นทางการ ได้แก่ การจ้างให้ซักผ้า ผู้ต้องขังคนหนึ่งอาจมีรายได้ประมาณ 300 บาท ต่อเดือนจากการรับซักผ้าให้ผู้ต้องขังคนอื่น ผู้ต้องขังซึ่งทำงานในแผนกอบขนมปังที่เรือนจำกลางจังหวัดตากบอกว่าในบางสัปดาห์พวกเขาต้องทำงานทั้งวันเสาร์และอาทิตย์ ที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย มีการเปิดร้านทำผมเพื่อให้บริการกับผู้ต้องขัง รวมทั้งยังเป็นที่ฝึกอาชีพทำผมให้กับผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังที่มีฝีมือในการทำผมสามารถทำงานในร้านนี้โดยได้รับค่าตอบแทน 900-2,000 บาทต่อเดือน ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ยังเปิดร้านนวดในเรือนจำเป็นการฝึกให้ผู้ต้องขังนวดให้กับนักท่องเที่ยว ผู้ต้องขังคนหนึ่งบอกว่าเธอทำเงินได้ประมาณ 18,000 บาทต่อเดือน

ผู้ต้องขังมีโอกาสทำงานภายนอกเรือนจำได้เช่นกันแม้ว่าจะเป็นงานที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่ผู้ต้องขังก็อยากทำเพราะเป็นโอกาสที่จะได้ออกไปใช้เวลาอยู่ภายนอกเรือนจำ ผู้ต้องขังที่มีโอกาสทำงานแบบนี้ต้องมีประวัติความประพฤติดี และต้องไม่ใช่เป็นผู้กระทำผิดซ้ำ

  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่าควร “จัดให้มีระบบจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานของผู้ต้องขังอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม” และ “การใช้แรงงานในเรือนจำต้องไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด” ทั้งยังกำหนดว่า “หากเป็นไปได้ ให้จัดให้มีงานในลักษณะที่สนับสนุนหรือเพิ่มพูนความสามารถของผู้ต้องขังที่จะหาเลี้ยงชีพได้อย่างสุจริตภายหลังได้รับการปล่อยตัว”
  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “ระยะเวลาการทำงานแต่ละวันและแต่ละสัปดาห์ของผู้ต้องขังต้องกำหนดให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน หรือตามระเบียบในเรือนจำ ทั้งนี้โดยอยู่บนพื้นฐานข้อกำหนดหรือประเพณีการปฏิบัติที่ใช้กับการจ้างแรงงานโดยทั่วไป” ทั้งยังกำหนดว่าต้องกำหนดระยะเวลาการทำงาน “ให้มีเวลาเพียงพอต่อการศึกษาเล่าเรียนและกิจกรรมอย่างอื่น ซึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็นเพื่อการปฏิบัติและการฟื้นฟูผู้ต้องขัง

การติดต่อกับโลกภายนอก ถูกจำกัดอย่างไม่มีเหตุผล

ระเบียบควบคุมทำให้การติดต่อกับโลกภายนอกของผู้ต้องขังหญิงถูกจำกัดอย่างไม่มีเหตุผล ผู้ต้องขังหญิงจะได้รับการเยี่ยมตามจำนวนผู้เข้าเยี่ยมที่กำหนดและไม่สามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะในเรือนจำได้ ที่เรือนจำกลางจังหวัดตากเปิดให้มีการเยี่ยมเป็นพิเศษทุกวันศุกร์สำหรับแม่ที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 18 เดือน

ผู้ต้องขังให้ข้อมูลกับทีมผู้เข้าเยี่ยมว่าต้องสื่อสารกับทนายความผ่านโทรศัพท์ในห้องเข้าเยี่ยม ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากขาดความเป็นส่วนตัว แต่ที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรีผู้ต้องขังสามารถสื่อสารกับทนายความผ่านลูกกรงได้ ข้อบังคับกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังกำหนดว่าผู้ต้องขังต้องจัดทำรายชื่อบุคคล 10 คนล่วงหน้า ซึ่งเป็นบุคคลที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมในวันพิเศษอย่างเช่น วันสงกรานต์ [วันปีใหม่ไทย] และวันปีใหม่สากล เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครและเรือนจำอำเภอฝางจะจัดให้มีการเยี่ยมเป็นพิเศษระหว่างผู้ต้องขังกับลูกหรือญาติของตนเองและอนุญาตให้มีการสัมผัสตัวได้

ไม่มีเรือนจำใดจัดให้ผู้ต้องขังใช้โทรศัพท์สาธารณะได้เลย ในส่วนของจดหมายแต่ละเรือนจำจะมีระบบแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น เรือนจำอำเภอฝางและเรือนจำกลางจังหวัดตากอนุญาตให้ผู้ต้องขังส่งจดหมายสองฉบับต่อสัปดาห์และให้เขียนจดหมายได้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ตรวจเนื้อหาจดหมายทุกฉบับและจดหมายแต่ละฉบับมีความยาวได้ไม่เกิน 15 บรรทัด ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรีกำหนดจำนวนจดหมายที่ผู้ต้องขังสามารถส่งออกไปได้ โดยขึ้นอยู่กับชั้นของผู้ต้องขัง (ผู้ต้องขังชั้นเลวสามารถส่งจดหมายได้ 1 ฉบับต่อเดือน ชั้นกลางส่งได้ไม่เกิน 2 ฉบับต่อเดือน ชั้นดีส่งได้ไม่เกิน 4 ฉบับต่อเดือน และชั้นดีมากส่งได้ไม่เกิน 8 ฉบับต่อเดือน) ที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรีจะมีกิจกรรมพิเศษที่ให้ผู้ต้องขังถ่ายภาพตนเองและส่งไปให้ครอบครัวโดยต้องให้เจ้าหน้าที่เรือนจำเป็นผู้จัดการ

  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “ผู้ต้องขังต้องได้รับอนุญาตให้สื่อสารกับครอบครัวและเพื่อนของตนตามระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้โดยมีการกำกับดูแลเท่าที่จำเป็น (ก) โดยการเขียนจดหมายและหากเป็นไปได้ [..] และ (ข) โดยการเยี่ยม

การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลจากโลกภายนอก-ไม่มีการเก็บความลับของผู้ร้องเรียน

ในเรือนจำส่วนใหญ่ที่ทีมงาน FIDH/สสส.เข้าเยี่ยม พบว่ายังมีการจำกัดอย่างเข้มงวดต่อการรับข้อมูลจากภายนอกของผู้ต้องขัง ที่น่ากังวลอย่างหนึ่งคือการที่ผู้ต้องขังไม่สามารถเข้าถึงข่าวสารได้ มีการติดตั้งโทรทัศน์ที่เรือนนอนนักโทษในทุกเรือนจำเว้นแต่ที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่เรือนจำเป็นผู้กำหนดว่าจะเปิดรายการอะไรให้ดู ในทุกเรือนจำจะอนุญาตให้มีการเปิดเฉพาะรายการที่อัดไว้ล่วงหน้าหรือเป็นการออกอากาศซ้ำ ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการเปิดรายการข่าว เจ้าหน้าที่มักเปิดละครที่อัดไว้หรือ ‘ข่าวในพระราชสำนัก’ ให้ดู โดยไม่อนุญาตให้อ่านหนังสือพิมพ์ ทีมเข้าเยี่ยมจาก FIDH/สสส.ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้มากนักเกี่ยวกับโอกาสในการออกกำลังกายระหว่างอยู่ในเรือนจำ อย่างไรก็ดีที่ทัณฑสถานหญิงชลบุรีได้รับแจ้งว่าทางเรือนจำจัดให้มีวันแข่งขันกีฬาประจำปี

นอกจากนี้ ยังพบว่ากลไกร้องเรียนในหลายเรือนจำมักอยู่ในรูปกล่องรับความเห็น ผู้ต้องขังสามารถเขียนข้อร้องเรียนและใส่ลงไปในกล่อง แต่แทบจะไม่สามารถดำเนินการอย่างเป็นความลับได้เลย

  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “ผู้ต้องขังต้องได้รับข่าวสารที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอโดยการอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือสิ่งพิมพ์เผยแพร่ของหน่วยงานใดๆ ได้รับฟังวิทยุคำบรรยายหรือช่องทางเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่คล้ายคลึงกันอื่นใด โดยได้รับอนุญาตและอยู่ใต้การควบคุมของผู้บริหารเรือนจำ”
  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “ต้องจัดให้มีกิจกรรมนันทนาการและวัฒนธรรมในเรือนจำทุกแห่ง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพทางจิตใจและร่างกายของผู้ต้องขัง”
  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “ผู้ต้องขังทุกคนต้องมีโอกาสทุกวันในการยื่นคำร้องขอหรือร้องทุกข์ต่อผู้บัญชาการเรือนจำหรือเจ้าพนักงานเรือนจำที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แทน” และต้องมีหลักประกันเพื่อ “เพื่อคุ้มครองให้ผู้ต้องขังสามารถยื่นคำร้องขอหรือร้องทุกข์ได้อย่างปลอดภัย และ […] ให้กระทำอย่างเป็นความลับ” โดยที่ผู้ต้องขังนั้น “ต้องไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกตอบโต้ ข่มขู่ หรือได้รับผลกระทบด้านลบใดๆ อันเนื่องมาจากการยื่นคำร้องขอหรือร้องทุกข์นั้น”

การลงโทษและการลงโทษทางวินัยไม่สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ

การลงโทษที่นำมาใช้กับผู้ต้องขังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำระหว่างประเทศ และในบางกรณีอาจถึงขั้นเป็นการทรมานหรือการปฏิบัติที่โหดร้ายเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่เรือนจำในเรือนจำทั้ง 9 แห่ง ใช้วิธีการลงโทษที่แตกต่างกัน ทั้งการจับให้ออกกำลังกายอย่างหนักกลางแดด การลดโควตาจดหมายของผู้ต้องขังการลดชั้นของผู้ต้องขัง การบังคับให้นั่งหรือยืนกลางแดดเป็นเวลาหลายชั่วโมง และการแยกขัง ผู้ต้องขังทุกคนต้องรู้จัก “10 ท่าทำโทษ” ซึ่งกรมราชทัณฑ์นำมาใช้กับเรือนจำทุกแห่งเพื่อสั่งสอนผู้ต้องขังมีการนำการลงโทษหลายวิธี รวมทั้งการบังคับให้ออกกำลังกายอย่างหนักและการลุกนั่ง มาใช้รวมกันกับผู้ต้องขังเป็นกลุ่มไม่ใช่แค่รายบุคคล

ไม่มีระเบียบกำหนดเกี่ยวกับประเภทการลงโทษกรณีที่มีการละเมิดระเบียบในเรือนจำหรือเมื่อมีการประพฤติมิชอบทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เรือนจำ ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงธัญบุรีทีมเข้าเยี่ยมจาก FIDH/สสส. สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งถือไม้เรียวไปด้วย

  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่า “ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ จะต้องไม่มีการจำกัดเสรีภาพหรือการลงโทษทางวินัยใดๆ ถึงขั้นเป็นการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี” ทั้งยังกำหนดห้ามการลงโทษแบบกลุ่ม
  • ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกำหนดว่าการลงโทษทางวินัย ประเภทและระยะเวลาการลงโทษที่อาจทำได้และที่เจ้าพนักงานสามารถนำมาใช้ได้ “ต้องมีกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารรองรับ” ทั้งยังกำหนดว่าการลงโทษนั้น “ได้สัดส่วนระหว่างมาตรการลงโทษทางวินัยกับความผิดที่เกิดขึ้น […]”

ที่มา: https://www.tcijthai.com/news/2019/12/scoop/9670

ข่าวและบทความล่าสุด

อ่านต่อ
  • Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review 53rd Session of the UPR Working Group Thailand’s Prison System at Breaking Point: From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)

    อ่านต่อ
    Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review 53rd Session of the UPR Working Group Thailand’s Prison System at Breaking Point: From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)
    ข่าว
  • Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review53rd Session of the UPR Working GroupThailand’s Prison System at Breaking Point:From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)

    อ่านต่อ
    Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review53rd Session of the UPR Working GroupThailand’s Prison System at Breaking Point:From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)
    เอกสารเผยแพร่
  • ศาลไทยออกแนวทางป้องกัน “คดีปิดปาก (SLAPP)” แล้ว

    ศาลไทยออกแนวทางป้องกัน “คดีปิดปาก (SLAPP)” แล้วราชกิจจานุเบกษา 29 พฤษภาคม 2569 เผยแพร่ คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569 เพื่อป้องกันการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือคุกคามหรือปิดกั้นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนคดีที่อาจเข้าข่ายการฟ้องโดยไม่สุจริตฟ้องเพื่อคุกคาม กดดัน หรือสร้างภาระแก่จำเลยฟ้องโดยบิดเบือนหรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญฟ้องหลายคดีจากเหตุการณ์เดียวกันเพื่อสร้างความเดือดร้อนฟ้องผู้ที่รณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม…

    อ่านต่อ
    ศาลไทยออกแนวทางป้องกัน “คดีปิดปาก (SLAPP)” แล้ว
    ข่าว
ดูข่าวทั้งหมด