สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ร่วมกับ Manushya Foundation, Young Pride Foundation, Non-Binary Thailand และ Thai CSOs Coalition for the UPR ยื่นรายงานร่วม (Joint UPR Submission) ต่อกลไกการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนตามวาระ (UPR) ของสหประชาชาติ รอบที่ 4 สำหรับการประชุมคณะทำงาน UPR สมัยที่ 53 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569
Thailand’s Prison System at Breaking Point: From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)
รายงานชี้ว่าระบบราชทัณฑ์ไทยได้เปลี่ยนจากปัญหาความจุที่ยังจัดการได้ ไปสู่ภาวะวิกฤตเชิงโครงสร้าง โดยมีข้อมูลสำคัญดังนี้
- ผู้ต้องขังทั้งประเทศเพิ่มจาก 280,790 เป็น 301,020 คน ในปี 2568 (เพิ่มขึ้น 7%) เกิน 300,000 คนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 และเรือนจำ 120 จาก 143 แห่ง (84%) มีผู้ต้องขังเกินความจุ
- พื้นที่นอนต่ำสุดที่บันทึกได้เพียง 0.48 ตร.ม. ต่อคน เทียบกับมาตรฐานข้อกำหนดแมนเดลา 1.6 ตร.ม.
- อัตราการกระทำผิดซ้ำ 43% และคดียาเสพติดคิดเป็นราว 70% ของผู้ต้องขังทั้งหมด หลังกฎกระทรวงเรื่องปริมาณยาเสพติดเดือนมิถุนายน 2567
- ผู้ต้องขังคดีประหารชีวิต 429 คน เพิ่มขึ้น 13% โดยผู้หญิงที่ต้องโทษประหารเพิ่มขึ้น 36%
- สภาพในศูนย์กักตัวคนต่างด้าว (IDC) ความแออัดสูงถึง 155% การกักตัวโดยไม่มีกำหนด และผลกระทบเฉพาะต่อผู้หญิง ผู้ลี้ภัย และบุคคล LGBTIQ+
รายงานเสนอแนวทาง 3 เสาหลัก ได้แก่ (1) ปฏิรูปกฎหมายและลดการคุมขัง เช่น ย้ายผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังไปคุมขังนอกเรือนจำ และใช้แนวทางสาธารณสุขนำการลงโทษในคดียาเสพติด (2) จัดสรรงบประมาณใหม่ เพื่อยกระดับอาหาร น้ำ ผ้าอนามัย และการรักษาพยาบาล และ (3) ปฏิรูปโครงสร้างและการตรวจสอบ เช่น ให้สัตยาบัน OPCAT ภายในปี 2570 และยกเลิกโทษประหารชีวิตในคดียาเสพติดภายในปี 2571
อ่านรายงานฉบับเต็ม (ภาษาอังกฤษ, 19 หน้า) ได้ด้านล่าง




