Opens in a new tab

แถลงการณ์: ขอให้ยุติการดำเนินคดีกับนายอานนท์ นำพาและนายภาณุพงศ์ จาดนอก และคุ้มครองการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธของนักเรียน นักศึกษาและประชาชน

ข่าว
แถลงการณ์: ขอให้ยุติการดำเนินคดีกับนายอานนท์ นำพาและนายภาณุพงศ์ จาดนอก และคุ้มครองการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธของนักเรียน นักศึกษาและประชาชน

 

แถลงการณ์

เรื่อง  ขอให้ยุติการดำเนินคดีกับนายอานนท์ นำพาและนายภาณุพงศ์ จาดนอก และคุ้มครองการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธของนักเรียน นักศึกษาและประชาชน

 

           สืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 โดยมีข้อเรียกร้องกับรัฐบาล 3 ข้อคือ 1.หยุดคุกคามประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตย 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากเจตจำนงของประชาชน 3.รัฐบาลต้องยุบสภา และภายหลังจากการชุมนุมดังกล่าว  ได้ทำให้เกิดการชุมนุมอย่างต่อเนื่องหลายสถาบันการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องสามข้อดังกล่าว

           แต่ภายหลังการชุมนุมนักเรียน นิสิต นักศึกษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมกลับถูกข่มขู่คุกคามทั้งในที่เปิดเผยและในที่ลับ อันเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ครูอาจารย์ และผู้บริหารสถาบันการศึกษา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวนายอานนท์ นำพา ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตยตามหมายจับของสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ โดยระบุข้อกล่าวหาทั้งหมด 8 ข้อหา เช่น ข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 เป็นต้น เนื่องจากการเป็นแกนนำจัดการชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ดังกล่าวนั้น

           สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) เห็นว่าการการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการคุกคามประชาชน      ยุบสภา และแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิของประชาชนที่จะมีส่วนร่วมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเป็นการแสดงออกตามวิถีทางประชาธิปไตย เนื่องจากเป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุที่รับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 45 ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาลต้องมีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองการใช้เสรีภาพดังกล่าว ทั้งรัฐบาลต้องปฏิบัติตามพันธกรณีตามกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) 

            สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.) จึงมีข้อเรียกร้อง ต่อรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

  1. ขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทันที เพราะเป็นการใช้เสรีภาพการการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560
  2. ขอให้รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีควบคุมเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง และผู้บริหารสถานศึกษาที่มีนักเรียนนักศึกษาจัดการชุมนุมไม่ให้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา หรือประชาชน หากมีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลใดกระทำการคุกคามเสรีภาพ นักเรียน นักศึกษ หรือประชาชนจะต้องมีการลงโทษ
  3. รัฐบาลต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน ที่จะเคารพการแสดงออกของประชาชนโดยยึดหลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) โดยต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าแกนนำและประชาชนที่ร่วมชุมนุม จะไม่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐคุกคามความเป็นส่วนตัว ไม่มีการจับกุมมาซ้อมทรมาน การบังคับให้บุคคลสาบสูญจะต้องไม่เกิดขึ้น  หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น รัฐบาลจะต้องดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำทุกกรณี
  4. ขอให้นายกรัฐมนตรีมารับฟังข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ รวมถึงเร่งดำเนินการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ และการสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)

8 สิงหาคม 2563

ข่าวและบทความล่าสุด

อ่านต่อ
  • Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review 53rd Session of the UPR Working Group Thailand’s Prison System at Breaking Point: From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)

    อ่านต่อ
    Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review 53rd Session of the UPR Working Group Thailand’s Prison System at Breaking Point: From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)
    ข่าว
  • Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review53rd Session of the UPR Working GroupThailand’s Prison System at Breaking Point:From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)

    อ่านต่อ
    Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review53rd Session of the UPR Working GroupThailand’s Prison System at Breaking Point:From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)
    เอกสารเผยแพร่
  • ศาลไทยออกแนวทางป้องกัน “คดีปิดปาก (SLAPP)” แล้ว

    ศาลไทยออกแนวทางป้องกัน “คดีปิดปาก (SLAPP)” แล้วราชกิจจานุเบกษา 29 พฤษภาคม 2569 เผยแพร่ คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569 เพื่อป้องกันการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือคุกคามหรือปิดกั้นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนคดีที่อาจเข้าข่ายการฟ้องโดยไม่สุจริตฟ้องเพื่อคุกคาม กดดัน หรือสร้างภาระแก่จำเลยฟ้องโดยบิดเบือนหรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญฟ้องหลายคดีจากเหตุการณ์เดียวกันเพื่อสร้างความเดือดร้อนฟ้องผู้ที่รณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม…

    อ่านต่อ
    ศาลไทยออกแนวทางป้องกัน “คดีปิดปาก (SLAPP)” แล้ว
    ข่าว
ดูข่าวทั้งหมด