Opens in a new tab

ภาคอีสานตอนบน: ประชุมครั้งที่ 5 วันที่ 25 มิถุนายน 2562 จังหวัดมหาสารคาม

ภาคอีสานตอนบน: ประชุมครั้งที่ 5  วันที่ 25 มิถุนายน 2562 จังหวัดมหาสารคาม

ภาคอีสานตอนบน: ประชุมครั้งที่ 5 วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 วันที่ 25 มิถุนายน 2562 จังหวัดมหาสารคาม

ครั้งที่ 5     การประชุมเวทีอนุภูมิภาคอีสานเหนือ (ภาค 4) เมื่อวันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ณ ห้อง D201 วิทยาลัยการเมืองปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้เข้าร่วม 94 คน

ผลการดำเนินงาน :

        จากการเปิดอภิปรายแลกเปลี่ยนในหัวข้อเรื่อง “ปัญหาและข้อเสนอในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญา” ของอนุภูมิภาคอีสานเหนือ (ภาค 4) ทำให้ได้ข้อสรุปประเด็นจากการประชุมดังนี้

         สถานการณ์ความรุนแรงของ SLAPP Case ในเขตพื้นที่อนุภูมิภาคอีสานเหนือ คือ พรบ. ชุมนุมสาธารณะ จะถูกนำมาใช้ในการฟ้อง SLAPP Case มากที่สุด รวมทั้งคดีหมิ่นประมาทที่จะมาควบกับ พรบ.คอมพิวเตอร์ และการข่มขืนใจ ตัวอย่างเช่น คดีเหมืองทองเมืองเลย ซึ่งชาวบ้านที่ถูกฟ้องจะต้องเดินทางไปขึ้นศาลที่แม่สอด จังหวัดตาก ทั้งๆ ที่ชาวบ้านเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการทำเหมืองทองแต่กลับถูกฟ้อง SLAPP Case ดังนั้น การใช้กฎหมายในลักษณะนี้จึงเป็นการลิดรอนสิทธิเพื่อปิดปากชาวบ้าน

ข้อเสนอแนะ

1)  การดำเนินการโครงการใดๆ ในพื้นที่ชุมชน จะต้องเปิดโอกาสให้ชาวบ้านในพื้นที่มีส่วนร่วมรับรู้และร่วมตัดสินใจ เพื่อปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นทรัพย์สินของส่วนรวม

2)  ต้องแก้ไข พรบ.ชุมนุมสาธารณะ ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของชาวบ้านที่จะแสดงออกโดยเสรีภาพหรือเรียกร้องสิทธิเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

สถานการณ์ความรุนแรงคดีป่าไม้ที่ดิน (กรณีอุทยานไทรทอง) คือ ชาวบ้านถูกฟ้องเป็นผู้ต้องหา โดยเหตุเกิดจากการทวงพื้นที่ผืนป่า จึงต้องรวมตัวกันเรียกร้องต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในสิทธิพื้นที่ทำกิน

ข้อเสนอแนะ

1) ควรแก้ไขเงื่อนไขการเข้าถึงกองทุนยุติธรรม โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุว่า ‘ผู้ต้องหาต้องติดคุกก่อนจึงจะได้รับการสนับสนุน’ และต้องทำให้ระบบการเข้าถึงกองทุนยุติธรรมสามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด

2) การใช้เงินกองทุนยุติธรรมเพื่อจ้างทนายความควรเปิดกว้างให้ประชาชนสามารถเลือกทนายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องสิทธิมนุษยชนได้เอง โดยไม่จำกัดเฉพาะที่มีชื่ออยู่ในกองทุนยุติธรรม

3) ก่อนการพิจารณาในชั้นศาล ต้องมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่เฉพาะข้อมูลที่มาจากหน่วยงานของภาครัฐเท่านั้น

4) โทษจำคุกซึ่งเป็นหลักเดือนไม่ควรถูกกำหนดเป็นโทษทางอาญา แต่ควรปรับเปลี่ยนโดยใช้มาตรการอื่นมาควบคุมแทน หรือสามารถขอใช้สิทธิในการลดหย่อนโทษหรือการพักโทษได้

ข่าวและบทความล่าสุด

อ่านต่อ
  • Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review 53rd Session of the UPR Working Group Thailand’s Prison System at Breaking Point: From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)

    อ่านต่อ
    Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review 53rd Session of the UPR Working Group Thailand’s Prison System at Breaking Point: From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)
    ข่าว
  • Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review53rd Session of the UPR Working GroupThailand’s Prison System at Breaking Point:From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)

    อ่านต่อ
    Joint UPR Submission to the UN Universal Periodic Review53rd Session of the UPR Working GroupThailand’s Prison System at Breaking Point:From Mass Incarceration to Community-Based Rehabilitation (2025–2028)
    เอกสารเผยแพร่
  • ศาลไทยออกแนวทางป้องกัน “คดีปิดปาก (SLAPP)” แล้ว

    ศาลไทยออกแนวทางป้องกัน “คดีปิดปาก (SLAPP)” แล้วราชกิจจานุเบกษา 29 พฤษภาคม 2569 เผยแพร่ คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569 เพื่อป้องกันการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือคุกคามหรือปิดกั้นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนคดีที่อาจเข้าข่ายการฟ้องโดยไม่สุจริตฟ้องเพื่อคุกคาม กดดัน หรือสร้างภาระแก่จำเลยฟ้องโดยบิดเบือนหรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญฟ้องหลายคดีจากเหตุการณ์เดียวกันเพื่อสร้างความเดือดร้อนฟ้องผู้ที่รณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม…

    อ่านต่อ
    ศาลไทยออกแนวทางป้องกัน “คดีปิดปาก (SLAPP)” แล้ว
    ข่าว
ดูข่าวทั้งหมด